ผมเป็นห่วงแทนเจ้าตัวที่ ไม่มีโอกาสได้รู้เลย...
ว่าสิ่งที่คนอื่นพูดถึงตัวเขานั้น เป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี...
จากนั้น.. เวลาผมได้ยินใครพูดถึงบุคคลที่สาม ผมจะเอาไปบอกเจ้าตัว (บุคคลที่สาม) หมดเลย ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือไม่ ..แต่ผมเป็นห่วงและอดดีใจไปกับบุคคลที่สามไม่ได้ ถ้าเรื่องที่ผมได้ยินนั้นเป็นเรื่องที่ดี และผมอยากให้เขาปรับปรุงตัวเองถ้าเรื่องที่ผมได้ยินมาเป็นเรื่องไม่ดี... ผมคิดว่าผมกำลังช่วยเหลือเขา....
ผมทำแบบนั้นอยู่ได้ซักพัก พี่สาวผมก็ดึงมือผมไปคุย แล้วพี่สาวบอกว่า สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นเป็นเรื่องที่ผิด และเป็นเรื่องน่าอาย ..? ที่เราทำตัว..(เติมคำได้ตามใจชอบ)..เรื่องคนอื่น ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าผมก็งง เพราะผมคิดว่าผมกำลังช้วยเหลือคนอื่นอยู่น่ะเนีย..
แต่ผมก็เชื่อพี่สาวและหยุดพฤติกรรมนั้นทันที่ และแอบน้อยใจนิดๆ ว่า ผมช่วยเหลือคนอื่นอยู่น่ะ.. มาบอกให้ผมหยุดทำใม ผมจะไม่ทำแล้วคอยดูสิ.... ฮึอ
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ ..ยี่สิบเอ็ด-ลบ-หก =สิบ
ผ่านมาแล้ว 10ปี จึงได้รู้ว่า นั้นไม่ใช่การช่วยเหลือคนอื่นเลย แต่เป็นการสร้างความลำบากให้กับคนอื่นต่างหาก ผมคิดว่าถ้าผมยังทำแบบนั้นอยู่ตอนนี้น่าจะเกิดสงครามล้างเผ่าพันธ์กันแล้วมั่ง เพราะตอนนั้นผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ คงไม่มีใครทำร้ายผมหรอก...มั่ง...?
นินทา เป็นสิ่งที่เราคุยเคยเพราะไม่มากก็น้อยเราเคยนินทาคนอื่น การนินทาคือการที่เราพูดถึงเรื่องไม่ดีของคนอื่น ลับหลังเขา ถึงแม้ว่าสิ่งที่เราพูดนั้นจะเป็นความจริงก็ตาม (นั้นแหละนินทา)
โดยปกติการพูดหรือมอง เป็นประตูสู่หัวใจของเรา
เมื่อเรามองหรือพูดสิ่งดีๆ เราก็จะจำหรือคิดแต่สิ่งดีๆ
แต่การนินทานั้นมักจะเป็นเรื่องไม่ดี (เพราะเรื่องดีไม่คอยใครเอามาพูดกัน) เมื่อเราเห็นและเอามาพูดก็เหมือนเราได้เก็บสิ่งไม่ดีเอาในความจำของเรา มันเลยกลายเป็นผลพวงมาถึงการกระทำของเรา ซึ่งเรามักจะสังเกตุได้ว่าคนที่มักจะนินทาคนอื่นสุดท้ายแล้วเขาเองก็เป็นตามที่เขานินทาถึงคนอื่นนั้นแหละ
การนินทาจึงเหมือนกับสแตมป์ เมื่อเรานินทาหนึ่งครั้งเราก็เก็บสแตมป์ความคิดที่ร้ายๆ เอาไว้หนึ่งสแตมป์ พอเรานินทาหลายๆ ครั้ง เราก็สะสมสแตมป์หลายๆ อัน เมื่อสแตมป์มากๆ เข้า "เราก็เอามาแลกเป็นการกระทำของตัวเราเอง"
| จาก zee |
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น